ปัญหา VAR

   การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ มีการนำระบบวีดีโอผู้ช่วยผู้ติดสิน หรือว่า VAR เข้ามาช่วยในการทำทำหน้าที่ของผู้ตัดสินใจสนามเป็นฤดูกาลแรก ซึ่งก็ทำให้เกิดข้อถกเถียงมากมายทีเดียวกับการใช้งาน ซึ่งแต่ละลีกที่มีระบบ VAR ก็จะมีการใช้งานแตกต่างกันไป แต่ในศึกพรีเมียร์ลีกนั้นจะให้หอควบคุมที่อยู่ในกรุงลอนดอนนั้นเป็นคนจัดการดูทั้งหมด ซึ่งจะมีผู้ตัดสินคอยดูวีดีโอจากตรงนั้นและส่งสัญญาณหาผู้ตัดสินในสนาม ซึ่งทำให้แฟนบอลหลายคนบ่นว่าการทำงานแบบนี้นั้นล่าช้าเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญที่สุดก็คือการจะเรียกใช้ VAR นั้นจะเป็นดุลพินิจของห้อง VAR แทนที่จะเป็นกรรมการในสนาม ทำให้ช่วงที่ผ่านมาปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกก็คือการที่ไม่มีมาตรฐานในการใช้งานระบบนี้นั่นเอง

ปัญหาที่แต่ละนัด และแต่ละทีมพบก็คือการที่บางจังหวะถูกเรียกดู VAR แต่บางจังหวะก็ไม่มีการเรียกใช้งานแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่เป็นจังหวะที่แทบจะเหมือนกันเลยด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้กุนซือหลายคนออกมาบ่นหลังเกมกันเป็นประจำกับประเด็นนี้ ซึ่งมันทำให้การใช้งานระบบนี้ยังไม่ได้สร้างความเป็นธรรม และความเที่ยงตรงให้กับคำตัดสินของผู้ตัดสินแต่อย่างใดในฤดูกาลนี้ หนำซ้ำยังมีจังหวะกังขาอีกมากมายที่ถูกพูดถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะล้ำหน้า ซึ่งมีปัญหาเป็นอย่างมากกับการใช้งาน VAR เนื่องจากคุณภาพของภาพ และมุมกล้องที่ใช้ตัดสินนั้นดูไม่มีความชัดเจน และมุมกล้องไม่ได้ขนานไปกับไลน์ของกองหลังตัวสุดท้ายด้วย ทำให้เวลาตัดสินออกมาค่อนข้างค้านสายตาแฟนบอลหลายจังหวะแล้วในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพรีเมียร์ลีกจะเริ่มมีการเปลี่ยนวิธีการใช้ระบบ VAR บ้างแล้วเล็กน้อย โดยตอนนี้พวกเขาตัดสินใจให้ผู้ตัดสินสามารถดูภาพช้าจากจอภาพข้างสนามได้ทันทีด้วยตัวเอง หากว่าไม่มั่นใจในคำตัดสินหรือจังหวะ 50-50 ซึ่งเหมือนกรณีที่ใช้ในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่ใช้ระบบ VAR ได้ดีที่สุดแล้วก็ว่าได้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งต้องมาดูกันว่าหลังจากนี้ผู้ตัดสินในสนามจะใช้วิธีการแบบนี้บ้างหรือไม่ หรือจะรอนกหวีดฟ้าประธานจากฟากฟ้ามาอีก