สื่อตี เป๊ป เล็ง 3 กองหลัง

   

   เดอะ ไทม์ส สื่อชื่อดังของอังกฤษรายงานว่า กวาร์ดิโอล่า มีรายชื่อแนวรับ 3 คนที่จะให้สโมสรล่าตัวเข้ามาเสริมทีม โดยมี กาลีดู กูลีบาลี่ กองหลังตัวเก่งของสโมสรนาโปลี อยู่ในนั้นด้วย  เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ใส่รายชื่อ 3 กองหลังให้เป็นเป้าหมายในการเสริมทีมฤดูกาลหน้า

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องพลาดโอกาสในการป้องแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังจากโดน ลิเวอร์พูล แย่งแชมป์ไปได้ในฤดูกาลนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัญหาบาดเจ็บของปราการหลังตัวกลาง ซึ่งเป็นปัญหามาทั้งตลอดซีซั่น

นอกจากนี้ยังมีชื่อ เปา ตอร์เรส แนวรับคนสำคัญของสโมสรบียาร์เรอัลในสเปน รวมไปถึง รูเบน ดีอาส แนวรับตัวเก่งของ เบนฟิก้า สโมสรดังของโปรตุเกส

โดยกวาร์ดิโอล่า จะเสนอรายชื่อไปให้บอร์ดบริหารพิจารณาหลังจบฤดูกาลนี้เพื่อให้สโมสรดึงกองหลังตัวกลางมาร่วมทีมอย่างน้อย 1 ราย เพื่อช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังจะเจรจาเรื่องนักเตะที่มีข่าวว่ากำลังจะย้ายทีมหากสโมสรโดนตัดสิทธิ์ไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยเชื่อว่าการประกาศเรื่องโทษแบน น่าจะประกาศภายในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้

ข้อมูลโดยเว็บไซต์ บาคาร่า

เรียบร้อย ซีเยค ซบเชลซี 44 ล้านยูโร

ข่าวพรีเมียร์ลีกล่าสุดโดยทีมงาน ทางเข้า FIFA55

     หลังจากในช่วงตลาดเดือนมกราคมไม่มีการซื้อขายเพิ่มเติมสำหรับเชลซี แต่ในที่สุดก็มีการเสริมทัพเข้ามารายแรกในยุคของแฟร้งค์ แลมพาร์ด หลังอาหยักซ์ ยืนยันการปล่อย ฮาคิม ซีเยค ให้กับ เชลซี แล้วด้วยค่าตัวเบื้องต้น 40 ล้านยูโร(33.4 ล้านปอนด์)

โดยเชลซี ให้ความสนใจในตัว ซีเยค มาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว โดยรายงานระบุว่าพวกเขาพูดคุยกับ อาหยักซ์ ถึงเรื่องการคว้าตัวแข้งชาวโมร็อกโกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม โดยข้อเสนอของเชลซีโดนปฏิเสธในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพราะไม่ต้องการปล่อยนักเตะในช่วงกลางซีซั่น

และล่าสุดทีมดังจากฮอลแลนด์ว่าพวกเขาตกลงปล่อย ซีเยค ให้เชลซี ในราคา 40 ล้านยูโรที่สามารถขยับขึ้นเป็น 44 ล้านยูโร(36.7 ล้านปอนด์)ในภายหลัง ซีเยค จะอยู่เล่นกับ อาหยักซ์ ไปจนกระทั่งจบฤดูกาล ก่อนจะย้ายเข้าสู่ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ โดยผลงานของซีเยค  อาหยักซ์ หนแรกในปี 2016 และผ่านการลงสนามไปแล้ว 160 นัดรวมถึงยิงได้ 49 ประตู

เริ่มต้นใหม่!

           

    แนวทางการทำทีมของเป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสแปนิชนั้นมีวิธีการที่คล้ายกันมาก ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เข้าไปคุมทีมบาเยิร์น มิวนิคใหม่ๆ หรือว่าตอนที่ย้ายมาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ตาม ซึ่งอดีตกองกลางของบาร์เซโลน่ารายนี้ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นกุนซือที่ทำทีมที่มีลักษณะเกมรุกดุดันก็ตาม โดยในฤดูกาลแรกนั้นเป็ป กวาดิโอล่า มักจะให้โอกาสกับนักเตะที่มีอยู่ในทีมก่อน เพื่อให้นักเตะเหล่านั้นได้พิสูจน์ฝีเท้าว่าจะสามารถเล่นในระบบของเขาได้หรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรหลังจากจบฤดูกาลแรก

กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็เช่นกัน ที่เขาค่อยๆ ก่อร่างสร้างทีมมาเรื่อยๆ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือการให้ความสำคัญกับผู้เล่นในตำแหน่งเกมรับ หรือว่ากองหลังนั่นเอง ซึ่ง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา กุนซือวัย 49 ปี ทำการซื้อนักเตะในตำแหน่งกองหลังมาร่วมทีมทุกฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูกาล 2017-2018 ที่เขาใช้เงินไปกว่า 200 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพนักเตะแนวรับล้วนๆ ซึ่งทำให้เขาสามารถพาทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเขาได้สำเร็จ โดยโกยแต้มได้ 100 คะแนนจนกลายเป็นสถิติของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ และสามารถป้องกันแชมป์ได้อีกด้วยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่เฉือนลิเวอร์พูลเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปครองได้ด้วยคะแนน 98 คะแนน ซึ่งถือว่าพวกเขาสร้างมาตรฐานให้กับการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกไว้สูงกว่าเดิมมากๆ ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และมาตรฐานของพวกเขาแทบจะไม่ตกลงเลย

แต่ดูเหมือนหลังจากฤดูกาลนี้ หากว่าเป็ป กวาดิโอล่า กุนซือชาวสแปนิชยังคงคุมทีมในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยมต่อไป เขาคงจะต้องกลับไปสร้างทีมใหม่อีกครั้งเสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งกองหลังที่ในฤดูกาลนี้เรียกได้ว่าหมดสภาพเลยก็ว่าได้ ทั้งโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน รวมถึงฟอร์มตก และการจับแฟร์นานดินโญ่ กองกลางตัวตัดเกมมาเล่นก็ไม่ได้ทำให้เป็นการแก้ปัญหาที่ดีแต่อย่างใด โดยเฉพาะในระยะยาว ซึ่งพวกเขาน่าจะต้องใช้เงินเยอะอีกครั้งกับการเสริมแนวรับในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้ และมีเพียงกี่คนเท่านั้นที่ดีพอจะได้ไปต่อในปีหน้า ส่วนตำแหน่งอื่นๆ นั้นเติมอีกแค่นิดหน่อยก็สามารถแล่นฉิวได้แล้วด้วยระบบบอลของเป็ป กวาดิโอล่า

บอร์นมัธต้องการจุดเปลี่ยน!

  บอร์นมัธ เป็นทีมในศึกพรีเมียร์ลีกที่มีสนามเล็กที่สุดในลีก ที่ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยมมีความจุเพียง 11,000 คนโดยประมาณเท่านั้น ซึ่งเล็กกว่าทีมในระดับลีกวันบางทีมด้วยซ้ำ แต่ตั้งแต่ที่พวกเขาก้าวขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2015 ด้วยฝีมือของเอ็ดดี้ ฮาว กุนซือหนุ่มของทีม หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เคยตกชั้นกลับไปอีกเลย และไม่เคยที่จะต้องลุ้นตกชั้นเหนื่อยอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ในฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องเจอกับความยากลำบาก และความท้าทายเป็นอย่างยิ่งเสียแล้ว เมื่อคอนนี้พวกเขากลายเป็นทีมที่ตกมาอยู่ในโซนตกชั้นเป็นที่เทียบร้อยแล้ว หลังจากที่วัตฟอร์ด และเซาธ์แฮมป์ 2 ทีมท้ายตารางเร่งเก็บคะแนนขึ้นไปอยู่ในโซนปลอดภัยแทนแล้ว

หลังจากเกมลีกผ่านมาแล้ว 23 นัด บอร์นมัธได้กลายเป็นทีมรองบ๊วยลีกไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่แพ้ให้กับนอริช ซิตี้ ทีมบ๊วยของตาราง 0-1 และทำให้อันดับบ๊วยของตารางดูอยู่ไม่ไกลกับพวกเขาแล้วด้วย และดูจากแนวโน้มมีโอกาสที่พวกเขาจะตกไปเป็นบ๊วยของตารางในเร็วๆ นี้มากกว่าที่จะกลับขึ้นไปอยู่ในโซนปลอดภัยเสียด้วยซ้ำ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้บอร์นมัธฟอร์มแย่มากในฤดูกาลนี้เนื่องจากเหล่านักเตะที่ทำผลงานได้ดีเมื่อฤดูกาลที่แล้วต่างนัดกันฟอร์มตก ไม่ว่าจะเป็นไรอัน เฟรเซอร์ ตัวสร้างสรรค์โอกาสคนสำคัญของทีมที่ในฤดูกาลนี้ถูกจับตาย ทำให้เล่นได้ยากกว่าฤดูกาลก่อนมาก รวมถึงคัลลั่ม วิลสัน กองหน้าที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเล่นดีจนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษเลยด้วย แต่ฤดูกาลนี้กลับช่วยทีมทำได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น ทั้งๆ ที่ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเหมือนอย่างปีก่อนแล้วด้วย นอกจากนั้นยังมีนักเตะตัวหลักรายอื่นที่บาดเจ็บไปอีก ทั้งเดวิด บรู๊คส์ ปีกดาวรุ่งชาวเวลส์ และนาธาน อาร์เก้ ปราการหลังชาวดัตช์ที่เจ็บกันยาวทั้งคู่

12 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก บอร์นมัธเก็บชัยชนะได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น คือการบุกไปชนะเชลซีได้ที่สแตนฟอร์ด บริดจ์ 1-0 และเสมอกับอาร์เซน่อล 1-1 ที่บ้านตัวเอง แต่นอกนั้นพวกเขาแพ้รวดทั้งหมด 10 นัด ซึ่งหากใครดูเกมของบอร์นมัธในตอนนี้จะเห็นได้ว่าเอ็ดดี้ ฮาว กุนซือหนุ่มของทีมดูมีความกังวลอย่างมาก ซึ่งพวกเขาต้องหาจุดเปลี่ยนให้กับทีมให้ได้ในเร็ววันนี้

“ดาบคู่” แข็งกว่าที่คิด!

   เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เป็น 1 ใน 3 ทีมน้องใหม่ที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ ซึ่งพวกเขาขึ้นมาในฐานะรองแชมป์ของลีกแชมเปี้ยนชิปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และก็เป็นเช่นเดิมที่บรรดาทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจะถูกมองว่าเป็นทีมที่น่าจะไปไม่รอด และมีโอกาสจะต้องตกชั้นสูงมาก ซึ่งทีม “ดาบคู่” ก็เป็นเช่นนั้น เพราะถึงแม้ว่าสโมสรจะทุ่มเงินไปกว่า 50 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพเข้ามาในช่วงปิดฤดูกาล แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ทำให้ทีมดูมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นมากนัก เพราะพวกเขาดันไปเสริมทัพนักเตะมาจากลีกแชมเปี้ยนชิปทั้งนั้น ทำให้พวกเขาเป็นเต็งจ๋าที่จะต้องตกชั้นไปเล่นในลีกรองอีกครั้งในฤดูกาลหน้าอย่างช่วยไม่ได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้เสียตัวหลักจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วไป และยังสามารถยืมดีน เฮนเดอร์สัน นายประตูดาวรุ่งจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาใช้งานได้อีก 1 ฤดูกาลด้วย หลังจากที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วยืมมาใช้งานและทำผลงานได้ดี ทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลกับตำแหน่งนายด่านมือ 1 ของทีมในฤดูกาลนี้

แต่คริส ไวล์เดอร์ กุนซือวัย 52 ปีกลับทำให้ทีมลบคำสบประมาทที่ผ่านมาได้ทั้งหมด เมื่อจนถึงตอนนี้พวกเขาเก็บคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเกมในบ้านหรือว่านอกบ้านก็ตาม ทำให้ตอนนี้พวกเขากลายเป็นทีมระดับหัวแถวของตารางพรีเมียร์ลีกด้วยซ้ำ โดยมีโอกาสได้ลุ้นทำอันดับไปเล่นในศึกฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้าด้วย หากว่าโควต้าหล่นลงมาถึงอันดับที่ 7 หากทีมใหญ่ต่างๆ สามารถคว้าแชมป์บอลถ้วยคาราบาว คัพ และเอฟเอ คัพได้ตามปกติ

ระบบการเล่นแบบ 3-5-2 ของคริส ไวล์เดอร์ ทำให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่ต่อกรด้วยยาก เพราะหากพวกเขาจะเน้นการตั้งรับก็สามารถทำได้ดี อีกทั้งจังหวะฉาบฉวยของกองหน้าของทีมก็ดีด้วยเช่นกัน ทำให้พวกเขาน่าจะรอดพ้นจากการตกชั้นในฤดูกาลนี้ได้อย่างแน่นอนแล้ว ซึ่งพวกเขาเล่นกันเป็นทีมได้อย่างดี โดยไม่มีใครก้าวขึ้นมาทำผลงานได้โดดเด่นอยู่คนเดียว แต่ผลงานของพวกเขานั้นดีไปทั้งทีม โดยจะมีเพียงจอห์น เฟล็ค กองกลางชาวสก็อตต์แลนด์เท่านั้น ที่ดูจะโดดเด่นขึ้นมากว่าคนอื่นเล็กน้อย ซึ่งต้องชื่นชมกับระบบของทีมในฤดูกาลนี้มาก

ปัญหา VAR

   การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ มีการนำระบบวีดีโอผู้ช่วยผู้ติดสิน หรือว่า VAR เข้ามาช่วยในการทำทำหน้าที่ของผู้ตัดสินใจสนามเป็นฤดูกาลแรก ซึ่งก็ทำให้เกิดข้อถกเถียงมากมายทีเดียวกับการใช้งาน ซึ่งแต่ละลีกที่มีระบบ VAR ก็จะมีการใช้งานแตกต่างกันไป แต่ในศึกพรีเมียร์ลีกนั้นจะให้หอควบคุมที่อยู่ในกรุงลอนดอนนั้นเป็นคนจัดการดูทั้งหมด ซึ่งจะมีผู้ตัดสินคอยดูวีดีโอจากตรงนั้นและส่งสัญญาณหาผู้ตัดสินในสนาม ซึ่งทำให้แฟนบอลหลายคนบ่นว่าการทำงานแบบนี้นั้นล่าช้าเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญที่สุดก็คือการจะเรียกใช้ VAR นั้นจะเป็นดุลพินิจของห้อง VAR แทนที่จะเป็นกรรมการในสนาม ทำให้ช่วงที่ผ่านมาปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกก็คือการที่ไม่มีมาตรฐานในการใช้งานระบบนี้นั่นเอง

ปัญหาที่แต่ละนัด และแต่ละทีมพบก็คือการที่บางจังหวะถูกเรียกดู VAR แต่บางจังหวะก็ไม่มีการเรียกใช้งานแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่เป็นจังหวะที่แทบจะเหมือนกันเลยด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้กุนซือหลายคนออกมาบ่นหลังเกมกันเป็นประจำกับประเด็นนี้ ซึ่งมันทำให้การใช้งานระบบนี้ยังไม่ได้สร้างความเป็นธรรม และความเที่ยงตรงให้กับคำตัดสินของผู้ตัดสินแต่อย่างใดในฤดูกาลนี้ หนำซ้ำยังมีจังหวะกังขาอีกมากมายที่ถูกพูดถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะล้ำหน้า ซึ่งมีปัญหาเป็นอย่างมากกับการใช้งาน VAR เนื่องจากคุณภาพของภาพ และมุมกล้องที่ใช้ตัดสินนั้นดูไม่มีความชัดเจน และมุมกล้องไม่ได้ขนานไปกับไลน์ของกองหลังตัวสุดท้ายด้วย ทำให้เวลาตัดสินออกมาค่อนข้างค้านสายตาแฟนบอลหลายจังหวะแล้วในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าพรีเมียร์ลีกจะเริ่มมีการเปลี่ยนวิธีการใช้ระบบ VAR บ้างแล้วเล็กน้อย โดยตอนนี้พวกเขาตัดสินใจให้ผู้ตัดสินสามารถดูภาพช้าจากจอภาพข้างสนามได้ทันทีด้วยตัวเอง หากว่าไม่มั่นใจในคำตัดสินหรือจังหวะ 50-50 ซึ่งเหมือนกรณีที่ใช้ในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่ใช้ระบบ VAR ได้ดีที่สุดแล้วก็ว่าได้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งต้องมาดูกันว่าหลังจากนี้ผู้ตัดสินในสนามจะใช้วิธีการแบบนี้บ้างหรือไม่ หรือจะรอนกหวีดฟ้าประธานจากฟากฟ้ามาอีก

แซง “ฮ็อตช็อต” ยาก!

   เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าร่างเล็กทีมชาติอาร์เจนติน่าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พึ่งทำลายสถิติการทำแฮตทริคมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกของอัลน เชียร์เรอร์ ยอดดาวยิงทีมชาติอังกฤษที่ทำไว้ในการเล่นให้กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดไปในนัดที่ทีม “เรือใบสีฟ้า” บุกถล่มแอสตัน วิลล่าถึงรังวิลล่า พาร์ค 6-1 ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายสถิติที่ “ฮ็อตช็อต” ทำเอาไว้ตั้งแต่ปี 2000 เลยทีเดียว ซึ่งทำให้ยอดรวมของดาวยิงหมายเลข 10 ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้รายนี้แซงหน้าเธียร์รี่ย์ อองรี กองหน้าชาวฝรั่งเศสของอาร์เซน่อลไปแล้ว ทำให้เขาได้ครองสถิติเป็นนักเตะต่างชาติที่ทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกไปด้วย ซึ่งอองรีทำไว้ 175 ประตู แต่ตอนนี้อเกวโร่แซงหน้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขากลายเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกอันดับที่ 4 ของพรีเมียร์ลีกไปแล้วในตอนนี้ และเป็นรองแค่เพียงแอนดี้ โคล 187 ประตู เวย์น รูนี่ย์ 208 ประตู และสถิติสูงสุดคือของอลัน เชียร์เรอร์ที่ทำเอาไว้ 260 ประตู

หากดูจากจำนวนประตู และอายุในวัย 31 ปีของเซร์คิโอ อเกวโร่ กุนแล้ว เขามีโอกาสมากที่จะขยับทำประตูไปได้มากกว่านี้ หากว่าเขายังเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่อไปจนแขวนสตั๊ด หรืออย่างน้อย 2-3 ปี ซึ่งจะทำให้เขามีโอกาสจะแซงหน้าเวย์น รูนี่ย์ ตำนานดาวยิงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเลยทีเดียว แต่หากจะมองไปถึงจะทำลาย 260 ประตูของอลัน เชียร์เรอร์นั้นดูจะยังเป็นเรื่องยากมากในตอนนี้ ตลอด 8 ฤดูกาลที่ผ่านมาในพรีเมียร์ลีก อเกวโร่ กุนทำได้เฉลี่ยปีละ 20 ประตู ซึ่งเท่ากับว่าเขาต้องรักษามาตรฐานแบบนั้นต่อไปอีกถึง 4 ปีเลยทีเดียวหากต้องการทุบสถิตินั้น ซึ่งดูจากสภาพร่างกายของเขาในระยะหลังที่เริ่มมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อย และเริ่มหลุดไปเป็นตัวสำรองของกาเบรี้ยล เชซุส กองหน้าบราซิเลี่ยนบ้างแล้ว ทำให้การจะกลายเป็นดาวยิงสูงสุดในแดนอังกฤษนั้นไม่น่าเป็นไปได้ แต่หากเขาสามารถแซงไปถึงอันดับ 2 ได้สำเร็จก็คือว่าสุดยอดมากๆ แล้วสำหรับชาวอาร์เจนไตน์ที่ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกในวัย 22 ปี และเพียงเท่านี้เขาก็กลายเป็นตำนานของพรีเมียร์ลีก และของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปเรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะทำได้แบบนี้

ยัง จ่อไปอินเตอร์

 

   ฟาบริซิโอ้ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดังของ สกายสเปอร์ตอิตาลี ออกมาเปิดเผยว่า แอชลีย์ ยัง แข้งประสบการณ์สูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตกลงย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน แล้วด้วยค่าตัว 1.5 ล้านยูโร และจะเข้าตรวจร่างกายภายในวันพรุ่งนี้

แบ๊กวัย 34 ปี ตกเป็นข่าวอย่างหนักกับทาง “งูใหญ่” ตลอดเดือนที่ผ่านมา และหลายสื่อก็รายงานตรงกันว่านักเตะต้องการจะย้ายไปเล่นใน เซเรีย อา แม้ ทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ต้องการจะปล่อยนักเตะออกไปในช่วงตลาดหน้าหนาวนี้ ก็ตาม เนื่องจากต้องการแบ๊กอัพผู้เล่นเอาไว้ใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉิน

จากรายงานล่าสุดของ โรมาโน่ ยืนยันว่าข้อตกลงข้อทั้งสองฝ่ายได้เจรจาเสร็จลุล่วงแล้ว โดนนักเตะจะมีค่าตัวที่ 1.5 ล้านยูโร และจะเข้าตรวจร่างกายภายในวันพรุ่งนี้ โดยจากรายงานก่อนหน้านี้ เผยว่าสัญญาของเขากับทีมใหม่จะมีระยะเวลา 1  ปีครึ่ง

แม้จะมีรายงานในวันนี้ว่าทีมร่วมลีกอย่าง คริสตัน พาเลซ ต้องการคว้าตัวเขาเช่นกัน แต่เชื่อตัวนักเตะเองต้องการไปค้าแข้งในอิตาลีมากกว่า

เคน เจ็บ ต้องปรับอย่างไร

    ข่าวร้ายของสเปอร์ส และ ทีมชาติอังกฤษ ที่จะไม่สามารถใช้งาน แฮร์รี่ เคน กองหน้าดาวยิงตัวเก่ง ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บในเกมส์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่แพ้ให้กับ เซาแธมป์ตัน 0-1  โดยกุนซืออย่างโจเซ่ มูรินโญ่ ต้องปรับการเล่นพอสมควรเพราะไม่มีกองหน้าตัวเป้าให้ใช้งานเลย โดยแฮร์รี่ เคน จะต้องพักอย่างน้อย 4 เดือน เป็นขั้นต่ำในการฟื้นตัว ซึ่งไม่แน่นอนว่าเขาจะหายทันในการลงเล่นฟุตบอลยูโร 2020 หรือเปล่า สำหรับแนวทางการแก้ไขของสเปอร์สโดยคาดว่ามูรินโญ่จะนำมาใช้ก็คือการดัน ซอน ฮึง มิน แนวรุกทีมชาติเกาหลีใต้ ลงเล่นแทน หรือ เอา ลูคัส มูร่า ลงเล่นแทน ซึ่งอาการบาดเจ็บของแฮรี่ เคน นั่นใช้เวลาถึง 4 เดือนด้วยกันในการกลับมาลงสนามอีกครั้ง ซึ่งต้องดูว่าสเปอร์สจะเสริมผู้เล่นในแนวรุกเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักอย่าง มุสซา ซิสโซโก กองลางทีมชาติฝรั่งเศสที่เจ็บยาวเช่นกัน โดยคาดว่าจะกลับมาได้ในช่วงท้ายฤดูกาล